Home สถานที่ท่องเที่ยว

หัวหน้าสถานี

QR CODE

      
   เป็นโบราณวัตถุที่มีอายุมากว่า 1,300 ปี ขุดพบเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2522 บนที่ี่นาของนายทองดี ปะวะภูตา ราษฎรบ้านนาดูน ต.นาดูน อ.นาดูน จังหวัดมหาสารคาม การค้นขุดค้นพบตอนแรก ได้ขุดค้นโดยคนหลายกลุ่ม ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยศิลปากรที่ 7 ขอนแก่น ได้ติดตามวัตถุในส่วน ที่เกี่ยวข้องกัน จากส่วนหนึ่งที่ขุดได้ ก็สามารถนำมารวมกัน ปรากฏว่า ต่อเข้ากัน ได้รูปทรงเหมาะสมกันดีมาก มีการพิสูจน์อีกครั้งว่าสถูปนี้ใช้สำหรับบรรจุสิ่งใด ผลการตรวจพิสูจน์รายละเอียดวัตถุโบราณชิ้นนี้แล้ว ลงความเห็นว่าเป็นสถูปที่ใช้บรรจุพระ สารีริกธาตุ ลักษณะสถูปทำด้วยทองสำริด มีส่วนประกอบ 2 ส่วนคือ 
1.ส่วนยอด มีลักษณะ เป็นปล้องไฉน จำนวน 2 ปล้อง ส่วนบนสุดเป็นปลียอดกลม
2. ตัวสถูปทำด้วยทองสำริด มีลักษณะคล้ายระฆัง หรือโอคว่ำ ส่วนยอดสถูป จะรับเข้ากับส่วนล่างสุดของ ส่วนยอดของตัวสถูป จะรับเข้ากับส่วนล่างสุดของส่วนยอดพอดี ในการขุดครั้งนั้น ชาวบ้าน รวมทั้งผู้คน
ทั่วทุกสารทิศ ขุดได้พระพิมพ์ต่าง ๆ ได้หลายสิบกระสอบและในปัจจุบันวัตถุเหล่านั้นบูชากันราคาระดับต้นๆ
ของเมืองไทยกราบพระธาตุนาดูน ณ พุทธมณฑลอีสาน และศึกษาประวัติได้ที่พระธาตุนาดูน อ.นาดูน
จ.มหาสารคาม หรือ web site การท่องเที่ยวแห่งประเทศ




กู่สันตรัตน์

  บ้านกู่เนนเมือง ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม กู่สันตรัตน์เป็น ศาสนสถาน ประจำโรงพยาบลที่เรียกว่า “อโรคยศาล” สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม  ประกอบด้วยปราสาทประธานทรงสี่เหลี่ยมเพิ่มมุมก่อมุข ยื่นด้านหน้า หรือ ด้านทิศตะวันออก และวิหารตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุขด้านหน้าก่อด้วยศิลาแลงและหินทรายล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลงมีโคปุระหรืออาคารประตูซุ้มขนาดใหญ่ทางด้านทิศตะวันออกนอกกำแพงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากรุด้วยศิลาแลง...




บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์


   
    บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์    
เดิมเรียกว่า น้ำดูน หรือนาดูน เป็นบ่อน้ำที่มีน้ำผุดขึ้นมาจากพื้นดินตลอดมา ไม่มีแห้งเหือด เป็นแหล่งน้ำที่ได้ตักร่วมประกอบพิธีสำคัญของชาวบ้าน อำเภอ จังหวัด อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาดูนประมาณ  3.5 กม. โดยสร้างด้วยอิฐฉาบเรียบเป็นรูป 8 เหลี่ยม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.50 เมตร ลึก ประมาณ 3 เมตร


 
สวนวลัยรุกขเวช(บ้านโบราณ)

   
ประวัติความเป็นมา
     
      ในปีพ.ศ. 2530 มหาวิทยาลัยมหาสารคามซึ่งเดิมคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตมหาสารคาม และ จังหวัดมหาสารคามได้ร่วมกันจัดทำโครงการสวนพฤกษชาติและศูนย์สนเทศพรรณไม้อีสานขึ้น  ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ในการอนุรักษ์ และขยายพรรณไม้พื้นเมือง นอกจากนี้ยังได้จัดเอกสารเผยแพร่และฝึกอบรมเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับประชาชนและเยาวชนด้วย  ในระยะเริ่มต้นพื้นที่ดำเนินการจัดการ จัดทำสวนพฤกษชาติ ได้รับความอนุเคราะห์จากสภาตำบลเกิ้ง ให้ใช้ที่สาธารณะประโยชน์กุดแดง บ้านเกิ้ง ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ประมาณ 270 ไร่ ตารางวาเป็นแหล่งสะสมพรรณไม้โดยใช้ชื่อว่า  "สวนพฤกษชาติและศูนย์สนเทศพรรณไม้อีสาน"

      ต่อมาได้รับพระกรุณาจากสมเด็จพระเจ้าลุกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ทรงพระราชทานนาม สวนแห่งนี้ว่า "สวนวลัยรุกขเวช" ในวันที่ 28 กันยายน 2531 จากความสำเร็จของโครงการ นี้ทางจังหวัดมหาสารคามจึงได้ขอ ให้ทางมหาวิทยาลัยขยายพื้นที่โครงการโดยมอบพื้นที่สาธารณะ  ประโยชน์ โคกดงเค็ง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ประมาณ 650 ไร่ ตารางวา การดำเนินงานระยะแรกได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการอีสานเขียว เป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่ 2532-2535 รวมงบประมาณ ทั้งสิ้น 20,689,520 บาท ต่อมาทางมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ดำเนินการขอจัดตั้งโครงการ นี้ให้เป็นหน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับพระกรุณาจาก สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ทรงพระราชทานนามหน่วยงานนี้ว่า "สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช" เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2535 และประกาศจัดตั้งในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2536

                                          

 
 

เมนูล็อคอิน



แบบสำรวจ

การบริการประชาชน
 

สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้17
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้28
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้230
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่ผ่านมา264
mod_vvisit_counterเดือนนี้713
mod_vvisit_counterเดือนที่ผ่านมา931
mod_vvisit_counterทั้งหมด91873